จากโลกแห่งความฝันใน MUSEUM OF SOMNIA สู่แสงแรกของบทใหม่ PUN ชวนทุกคนก้าวต่อไปด้วยกันในค่ำคืนแห่ง “The Space Between Dream and Dawn – Comeback Show” ในที่สุดช่วงเวลาที่หลายคนรอคอยก็มาถึง หลังจากพาทุกคนเดินทางผ่านโลกแห่งความฝันใน MUSEUM OF...
จากโลกแห่งความฝันใน MUSEUM OF SOMNIA สู่แสงแรกของบทใหม่ PUN ชวนทุกคนก้าวต่อไปด้วยกันในค่ำคืนแห่ง “The Space Between Dream and Dawn – Comeback Show”
ในที่สุดช่วงเวลาที่หลายคนรอคอยก็มาถึง หลังจากพาทุกคนเดินทางผ่านโลกแห่งความฝันใน MUSEUM OF SOMNIA – An Embodied Music Experienceล่าสุด PUNเปิดบทใหม่ของการเดินทางใน PUN: The Space Between Dream and Dawn – Comeback Showเวทีแรกหลังการอุปสมบท ที่มีความหมายมากกว่าแค่คัมแบ็กโชว์ เพราะนี่คือค่ำคืนที่ PUN และแฟนเพลงได้กลับมาใช้ช่วงเวลาร่วมกัน ผ่านบทเพลงและเรื่องราวที่เชื่อมโยงความรู้สึกตลอดการเดินทางที่ผ่านมา เพราะเพลงของ PUN ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงบทเพลง แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เก็บทั้งความรัก ความคิดถึง การรอคอย และการเริ่มต้นใหม่เอาไว้ และทั้งหมดได้ถูกนำมาต่อยอดเป็นเรื่องราวบทใหม่ของโชว์ครั้งนี้
โดยโชว์บนเวที The Space Between Dream and Dawn – Comeback Showครั้งนี้ PUN ลงมือออกแบบโชว์ทุกองค์ประกอบด้วยตัวเอง ตั้งแต่คอนเซปต์ การเล่าเรื่อง ลำดับเพลง ไปจนถึงประสบการณ์ที่ต้องการส่งต่อให้ผู้ชมทั้งในฮอลล์และผ่าน Live Stream โดยเชื่อมโลกแห่งความฝันจาก MUSEUM OF SOMNIA สู่แสงแรกบทใหม่ ในค่ำคืนแห่ง “The Space Between Dream and Dawn ได้อย่างลงตัว
ทันทีที่นาฬิกาในฮอลล์นับถอยหลังถึง 00:00 และไฟทั้งฮอลล์ดับลง PUN เปิดตัวด้วยเซอร์ไพรส์จากรถยนต์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากมิวสิกวิดีโอเพลง Day One ก่อนเริ่มต้นค่ำคืนด้วยเพลง “รักให้เธอได้รู้ (Proof.)”ราวกับเป็นประโยคแรกที่อยากพูดหลังจากไม่ได้พบเจอกับแฟนมานาน แล้วต่อด้วย “BF”ที่เปลี่ยนบรรยากาศให้สนุกและมีชีวิตชีวามากขึ้น
จากนั้นโชว์เคลื่อนเข้าสู่เวทีใต้พระอาทิตย์ อีกหนึ่งซิกเนเจอร์จาก MUSEUM OF SOMNIAพร้อมพาทุกคนเข้าสู่เรื่องราวของการรอคอยผ่าน “รอที่เส้นขอบฟ้า”เพลงที่ยิ่งมีความหมายมากยิ่งขึ้น เมื่อถูกนำกลับมาร้องในคืนแห่งการคัมแบ็ก เพราะตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่ PUN ที่รอวันที่จะได้กลับมายืนบนเวที แต่แฟน ๆ เองก็กำลังรอวันที่จะได้พบเขาอีกครั้งเช่นกัน
ก่อนส่งต่ออารมณ์ด้วย “Stay”และเซอร์ไพรส์กับ Special Guest เพียงหนึ่งเดียวของงานอย่าง MUON (มิวออน) ที่มาร่วมร้อง “นอนนี่ (Zzz.)”เติมความน่ารักและอบอุ่นให้กับโชว์ผ่านโมเมนต์ของเพื่อนสนิทที่ได้กลับมาเจอกัน
จากนั้น PUN กลับขึ้นเวทีอีกครั้งพร้อม “ขอแค่นี้ (Forever n ever)”เพลงที่เปรียบเสมือนคำขอสุดท้ายของค่ำคืน หลังจากพาทุกคนเดินทางผ่านทั้งความรัก ความคิดถึง การรอคอย และการเริ่มต้นใหม่มาด้วยกัน
และเมื่อบทเพลงสุดท้ายจบลง เรื่องราวบนเวทีก็เดินทางเข้าสู่End Creditที่ครั้งนี้ไม่ได้บันทึกเพียงชื่อของศิลปินและทีมงาน แต่ยังมีชื่อของผู้ร่วมเดินทางทุกคนปรากฏอยู่บนหน้าสุดท้ายของการแสดง เพราะ PUN: The Space Between Dream and Dawn – Comeback Showคงไม่สมบูรณ์ หากไม่มีทุกคนที่เลือกเดินทางมาด้วยกัน
ท้ายที่สุด การคัมแบ็กครั้งนี้จึงอาจไม่ใช่แค่การกลับมาของ PUN แต่คือการได้กลับมาเจอกันอีกครั้งของ “คนที่คิดถึงกัน”พร้อมเปิดบทใหม่ของการเดินทาง ที่จากวันนี้จะได้เดินไปด้วยกันอีกครั้ง